วันพุธที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2561

รีวิวแก้จมูก ซีรี่ส์ใหม่ครบ 2 ปี รู้งี้ทำ Nose Reconstruction นานแล้ว!!

รีวิวแก้จมูก ซีรี่ส์ใหม่ครบ 2 ปี รู้งี้ทำ Nose Reconstruction นานแล้ว!!


สวัสดีค่าเพื่อนๆ เอิ้นเองค่ะ พอจำกันได้มั้ย ฮ่าๆๆ หายไปนานหลังแชร์งาน แก้จมูก ไป ครั้งนี้เอิ้นจะมาอัพเดทจมูกหลังทำไป 2 ปีค่ะ ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้เอิ้นเคยทำจมูกมาแล้ว 3 ครั้ง (นับครั้งล่าสุดที่สวยแล้วด้วย)



ครั้งแรกเป็นการ เสริมจมูกซิลิโคน ธรรมดาค่ะ แต่รู้สึกว่าไม่มีอะไรเปลี่ยน ก็ตัดสินใจไป ฉีดฟิลเลอร์ เพิ่ม สุดท้ายแต่ยังไม่ท้ายสุดตัดสินใจไป แก้จมูก รอบสองค่ะ ครั้งนี้เอิ้นก็ว่าเตรียมตัวมาดีมากๆ ระดับหนึ่งเลยนะ เพราะมีประสบการณ์มาแล้วครั้งหนึ่ง ก็มีคนแนะนำให้ไปแก้ที่คลินิกที่เชียงใหม่จ้าว!! หลังทำตอนนั้นชอบมากค่ะ พุ่ง โด่ง สโลปปลายพุ่งที่แท้ทรู แฮปปี้อยู่ไม่กี่เดือนก็มีสัญญาณเตือนมีแววจะทะลุค่ะ



อาการที่เจอคือปลายจมูกอักเสบ บวมๆ ตุ่ยๆ ชัดมาก ตอนนั้นก็วุ่นหาคลินิก แก้จมูก ด่วนๆ เลยค่ะ เพราะไม่รู้วันไหนมันจะทะลุ จนไปเจอรีวิวของน้องคนหนึ่งบนเว็บบอร์ด ปัญหาปลายเกือบทะลุ บวมแดงเหมือนกันเลย ก็เข้าไปตามไอจีน้องเค้า กะส่องว่าน้องไปแก้ที่ไหนมา เลยได้รู้ว่านางไป แก้จมูก กับคุณหมอเบนซ์ค่ะ 

จำได้เลยว่าวันที่มาปรึกษา หมอเบนซ์ทักว่านี่จมูกใกล้ทะลุมากเลยนะ เพราะมันแดงและเริ่มตุ่ยๆ เนื้อซิลิโคนออกมาแล้ว แค่ฟังก็รู้สึกพังแล้วอ่ะ คุณหมอเลยแนะนำให้ถอดซิลิโคนออกและ แก้จมูก ด้วยเทคนิค Nose Reconstruction ซึ่งเป็นเทคนิคที่ไม่ต้องใช้ซิลิโคนเสริมค่ะ นี่ก็งงว่าไม่ใช้ซิลิโคนแล้วจะเอาความพุ่งจากไหนอ่ะคะหมอ ฮ่าๆๆ หมอบอกว่ามีตัวเลือกให้ 2 แบบ คือใช้วัสดุจากตัวเราเอง เช่น กระดูกอ่อนซี่โครง หรือเนื้อเยื่อไขมัน กับใช้ Gore – Tex ที่เป็นวัสดุสังเคราะห์ ซึ่งต่างจากซิลิโคนตรงที่ร่างกายจะไม่สร้างผังพืดมาหุ้มค่ะ หลังเสริมไปก็จะไม่มีหินปูนมาเกาะ และไม่กดกระดูกเหมือนวัสดุอื่นๆ ส่วนปลายจมูกที่เอิ้นอยากให้พุ่งๆ เชิดๆ หน่อย ก็ใช้กระดูกอ่อนกลางจมูกค่ะ ซึ่งเป็นกระดูกส่วนที่ช่วยยืดปลายให้ยาวขึ้นและป้องกันการทะลุได้จริงกว่าการใช้กระดูกอ่อนหลังหู คุณหมอบอกว่าถ้าเปรียบเป็นละคร กระดูกอ่อนกลางจมูกคือพระเอก ส่วนกระดูกอ่อนหลังหูคือตัวประกอบ ไม่ใช่เพื่อนพระเอกด้วยนะ ฮ่าๆๆ ร้ายกาจ


เท่าที่จำได้จากที่หมอเบนซ์พูดก็คือ กระดูกอ่อนกลางจมูก เป็นแผ่นกระดูกอ่อนที่ตรง เรียบ และแข็งแรง ไม่มีวัสดุไหนทดแทนได้ ช่วยยืดปลายจมูกให้โด่ง พุ่ง และเชิดขึ้น ที่สำคัญคือโอกาสทะลุเท่ากับศูนย์!! ความรู้ใหม่มาก ทำไมเราไม่เจอกันไวกว่านี้นะ T^T

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดก็เหมือนทั่วไปเลยค่ะ เอิ้นต้องงดน้ำและอาหารอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ ถามว่าตื่นเต้นไหม.. ถ้าเป็นเรื่องผ่าตัดเอิ้นเริ่มชินนะคะ ที่สำคัญที่นี่เค้ามีวิสัญญีแพทย์คอยดูแลเรื่องการวางยาโดยเฉพาะ เรื่องที่เอิ้นรู้สึกตื่นเต้นกว่าคือจมูกจะออกมาเป็นยังไง..


ซิลิโคนจมูกอันเก่า


หลัง แก้จมูก


หลัง แก้จมูก



หลัง แก้จมูก แบบ Nose Reconstruction เอิ้นต้องใส่เฝือกจมูกอยู่ประมาณ 4-5 วัน ตอนใส่เฝือกก็ไม่ได้ใช้ชีวิตยากลำบากอะไรนะ อาจมีช่วงวันแรกๆ ที่ยังไม่ชิน หายใจลำบากบ้างนิดหน่อย แต่ไม่ลำบากอะไร จะสวย ฮ่าๆๆ โดยรวมถือว่าบวมน้อยมาก แทบไม่เห็นรอยช้ำ บ่ายวันนั้นเอิ้นก็เข้าไปตัดไหมตามที่หมอนัดได้แล้วค่ะ
















ตอนนี้เอิ้น แก้จมูก ครบ 2 ปีกว่าๆ แล้วค่ะ ผลลัพธ์ที่ได้บอกเลยว่าพอใจมาก ขอบคุณคุณหมอเบนซ์มากจริงๆ ตั้งแต่แก้มาไม่มีปัญหาอะไร ดูเป็นธรรมชาติมากด้วย ใครถามว่าทำที่ไหนเอิ้นจะแนะนำให้มาปรึกษาที่นี่ก่อนเลย เอิ้นอยากฝากถึงคนที่สนใจทำจมูกแต่ไม่รู้จะจบที่ไหน เอิ้นอยากให้มองข้ามเรื่องราคาไปก่อน ของถูกและดีไม่มีในโลกค่ะ เราทำเพื่อให้ตัวเองดูสวยขึ้น ไม่ใช่แย่ลง เอิ้นคือเคสตัวอย่างของคนที่เคยพลาดจมูกเกือบทะลุมาแล้ว อยากให้เพื่อนๆ ตัดสินใจดีๆ เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเอง เพื่อความสวยระยะยาวที่แท้จริงค่ะ


 หากสนใจเพิ่มเติมหรือถามคำถามอะไรเพิ่ม Facebook : http://bit.ly/noserhinoplastymasterpiece นะคะ




เสริมจมูก Tip ball แบบปลายพุ่ง ที่โรงพยาบาลมาสเตอร์พีซ

เสริมจมูก Tip ball แบบปลายพุ่ง ที่โรงพยาบาลมาสเตอร์พีซ


สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ขอแนะนำตัวก่อนแล้วกัน ชื่อฝ้ายนะคะ ฝ้ายตั้งใจเขียนกระทู้นี้เพื่อแนะนำคนที่อยาก เสริมจมูกปลายพุ่ง แต่มีปัญหาแบบเดียวกับฝ้ายซึ่งปัญหาของฝ้ายคือ เป็นคนดั้งไม่โด่ง เนื้อจมูกน้อย ปลายจมูกหรอ..อย่าหวังเลย ไม่มีค่ะ555

ก่อนทำ



เลยขอมาปรึกษากับคุณหมอเรื่องทำ Nose Reconstruction
เพราะฝ้ายอยากทำปลายจมูกพุ่งๆ แต่คุณหมอบอกว่าฝ้ายไม่ได้มีปัญหาที่โครงสร้างจมูกค่ะ
แล้วอีกอย่างคือ สู้ราคา Nose Reconstruction ไม่ไหว555
คุณหมอเลยแนะนำอีกทางว่า ฝ้ายสามารถ เสริมจมูกทรงปลายพุ่ง ด้วย Tipballได้ค่ะ
เพราะฝ้ายมีทรงจมูกดีอยู่แล้ว แต่อาจเสริมให้พุ่งได้ไม่มาก
เพราะฝ้ายเป็นคนที่มีเนื้อจมูกและปลายจมูกค่อนข้างน้อย
คุณหมอบอกว่า วิธีนี้เป็นเทคนิคพิเศษที่เกาหลีนิยมทำกันมากๆ
คือการใช้ซิลิโคน ร่วมกับวัสดุสังเคราะห์ชื่อว่า Tip ball
จะช่วยเสริมให้ ปลายจมูกพุ่ง ได้มากกว่าการ เสริมจมูกซิลิโคน แบบธรรมดาค่ะ

รูปตอนหลัง เสริมจมูก เสร็จใหม่ๆ


หลัง เสริมจมูก 3 วัน


หลัง เสริมจมูก 7 วัน


หลังเสริมจมูก 1 เดือน


 หลังเสริมจมูก 3 เดือนค่ะ


ก่อนและหลัง เสริมจมูก Tip Ball



เสริมจมูก  Tipball เหมาะสำหรับคนที่ทรงจมูกดีอยู่แล้วนะคะ
ส่วนใครที่จมูกมีปัญหามากๆ ฝ้ายแนะนำให้มาปรึกษาคุณหมอเองดีกว่า
ต่างคนต่างปัญหากัน ให้คุณหมอแนะนำดีที่สุดค่ะ

หากสนใจเพิ่มเติมหรือถามคำถามอะไรเพิ่ม Facebook :http://bit.ly/noserhinoplastymasterpiece นะคะ

เสริมจมูก ที่มาสเตอร์พีซคลินิกมาไม่ต้องไลท์ดั้งแล้วค่า

เสริมจมูก ที่มาสเตอร์พีซ มาไม่ต้องไลท์ดั้งแล้วค่า



ดีค่า ^^ เราชื่อพลอยใสนะคะ แว๊บมาแชร์ประสบการณ์ความสวย กลางเดือนธันวาเมื่อกี้ไปทำจมูกที่มาสเตอร์พีซคลินิกมา ขอไม่พูดพร่ำทำเพลงนะคะ ไม่เอาอินโทรแต่ขอโชว์ภาพเป็นหลักค่ะ ฮ่าๆ คิดว่าขั้นตอนการทำจมูกซิลิโคนของแต่ละที่คงไม่ต่างกัน แต่ฝีมือนี่สิอันนี้ต้องดูที่ภาพหลักฐาน อิอิ คือที่เราไปที่นี่เพราะเห็นคนทำกันเยอะแล้วก็เห็นรูปดารามีแต่คนดังๆเค้าไปทำสวยกัน เราเลยอยากทำบ้างอยากสวย ฮ่าๆ


นี่คือวิวัฒนาการความสวยของเราก่อนทำจมูกฮ่าๆ สวยใสๆ แบบไร้ดั้ง คือจริงๆน่ะมีดั้งนะคะแต่กินข้าวเหนียวเยอะไปหน่อยดั้งที่มีก็เลยหายไปหมดอันนี้เราก็เล่นเยอะไปหน่อย คือดั้งน่ะมีแต่เวลาถ่ายรูปนี่สิหายไปไหนหมดไม่รู้ค่ะ เราก็เฝ้ารอเวลาที่เหมาะสมไม่คิดอะไรมากเก็บเงินได้ก็จัดเลยความสวยรอกันไม่ได้นี่เนาะ


วันแรกของการทำจมูกสบายๆค่ะไม่เจ็บเลย ดูจากหน้าตาชิวมาก ^^”


วันที่ 3 มีบวมตุ่ยๆ นิดเดียวอันนี้เป็นเรื่องธรรมชาติค่ะอย่าตกใจ เราคิดว่าหลายคนที่ทำจมูกคงเคยเป็น อิอิอิ


วันที่ 5 หายบวมแล้ว อีก 2 วันเตรียมตัดไหม ตอนนั้นลุ้นมากจมูกจะสวยไหมน้ออออ ^^”


7 วันเพิ่งไปตัดไหมมา เป็นยังไงบ้างคะ เราชอบนะเพื่อนก็บอกว่าสวยขึ้น ทำมาแล้วสวยก็อดปลื้มไม่ได้


วันที่ 10 ไม่ต้องไลท์ดั้งแล้ว กรีสสสส ดีใจเว่อร์วัง ปีใหม่ก็เลยถือโอกาสพาดั้งใหม่กลับบ้านด้วยค่ะ แม่ตกใจลูกสวยขึ้น ^^”

และนี่คือปัจจุบันของเรามั่นใจขึ้นเยอะเลย ^^” เราว่าเรื่องการเสริมจมูกทุกวันนี้เป็นเรื่องปกติแล้วนะ ใครอยากสวยอยากมั่นใจก็ทำเถอะค่ะเหมือนเราไงทำมาแล้วใครๆก็ทักว่าสวยขึ้น ดูดีขึ้น เราก็มั่นใจขึ้นด้วย เวลาเราทำอะไรมันก็ดีไปหมด อีกอย่างเราคิดว่าเป็นการปรับโหง่วเฮ้งตัวเองด้วย ขอบคุณตัวเราเองที่กล้าเปลี่ยนตัวเองค่ะและขอบคุณมาสเตอร์พีซคลินิกด้วยนะคะที่ช่วยเปลี่ยนเรา


หากสนใจเพิ่มเติมหรือถามคำถามอะไรเพิ่ม Facebook :http://bit.ly/noserhinoplastymasterpiece นะคะ






อาการบวมช้ำหลังการผ่าตัดและการดูแลรักษา


อาการบวมช้ำหลังการผ่าตัดและการดูแลรักษา





1) การบวมช้ำนั้นถือว่าเป็นเรื่องปกติที่ต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอนหลังการผ่าตัดทุกชนิด เนื่องจากการผ่าตัดนั้นก็ถือว่าเป็นการทำให้เนื้อเยื่อได้รับการบาดเจ็บชนิดหนึ่งเช่นเดียวกันกับการเกิดบาดแผลจากอุบัติเหตุอื่นๆ ซึ่งการบวมช้ำนี้นอกจากจะขึ้นกับความรุนแรงของการบาดเจ็บแล้ว ยังขึ้นกับสภาพเนื้อเยื่อร่างกายของแต่ละคนด้วยว่า จะมีความสามารถในการตอบสนองและฟื้นฟูหลังการบาดเจ็บ (ดังข้อที่ 2 ด้านล่าง) มากน้อยแค่ไหน

2) เมื่อมีการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อเกิดขึ้น ก็จะมีเลือดและน้ำเหลืองแตกออกมากองรวมกันอยู่ในเนื้อเยื่อบริเวณนั้นๆ เหมือนกับฟองน้ำที่ซับเอาไว้จนเกิดการบวมช้ำขึ้น เมื่อการรั่วไหลของเลือดและน้ำเหลืองนี้หยุดลง (ซึ่งช่วงนี้จะกินเวลาประมาณ 3-7 วันขึ้นกับความรุนแรงของการบาดเจ็บ) หลังจากนั้นจะค่อยๆมีการดูดซึมสารต่างๆเหล่านี้ในเนื้อเยื่อกลับคืนเข้าสู่เส้นเลือดเส้นน้ำเหลือง ซึ่งจะทำให้อาการบวมช้ำค่อยๆยุบและหายไปในที่สุด

3) การประคบเย็น จะมีผลทำให้หลอดเลือดมีการหดตัว ทำให้ลดการรั่วไหลของสารน้ำออกจากเส้นเลือด (และลดการดูดซึมกลับเข้าสู่เส้นเลือดด้วยเช่นกัน)

4) การประคบร้อน จะมีผลทำให้หลอดเลือดมีการขยายตัว ทำให้สามารถดูดซึมสารต่างๆในเนื้อเยื่อรอบๆข้างกลับคืนเข้าสู่เส้นเลือดได้ดีขึ้น (และเพิ่มการรั่วของสารน้ำออกไปได้มากขึ้นเช่นกัน)

5) การยกอวัยวะบริเวณที่บาดเจ็บนั้นในสูงกว่าระดับหัวใจ จะมีผลทำให้การไหลเวียนของเลือดในบริเวณนั้นกลับสู่หัวใจทำได้ดีขึ้นมากๆ (ตามแรงโน้มถ่วงโลกไงครับ)

จากหลักการที่ว่านี้ เราจะนำมาประยุกต์ใช้ในการดูแลรักษา เพื่อลดอาการบวมช้ำหลังการผ่าตัดให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด และหายจากอาการบวมที่เกิดขึ้นในเร็วที่สุด ได้อย่างไร ผมว่าบางท่านที่ตั้งใจอ่านและคิดตามไปด้วยคงพอจะทราบแล้วหละครับ






จากเหตุผลที่กล่าวมาทั้งหมด จึงสรุปวิธีการดูแลรักษาได้ดังนี้

1) ประคบเย็น (และยกหัวให้สูงกว่าระดับหัวใจ) ในช่วง 3-5 วันแรก เพื่อยับยั้งการรั่วไหลของสารน้ำออกจากเส้นเลือดให้เร็วที่สุด ซึ่งจะมีผลทำให้การบวมเกิดขึ้นน้อยลงมาก
โดยแนะนำให้ประคบเย็นทันทีหลังผ่าตัดเสร็จ (เช่นเดียวกันกับหลังการบาดเจ็บจากสาเหตุอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น หัวโน ประตูหนีบนิ้ว หน้าแข้งชนขอบเตียง ข้อเท้าแพลง ก็ให้รีบประคบเย็นทันทีเช่นเดียวกันครับ)
โดยการประคบก็ทำได้ง่ายๆโดยการใช้อะไรก็ได้ที่เย็นๆไม่ว่าจะเป็น แผ่นเจลประคบเย็น หรือผ้าห่อก้อนน้ำแข็ง โปะบนบริเวณที่ผ่าตัดหรือได้รับบาดเจ็บนั่นโดยตรงได้เลยครับ ยกเว้น................

กรณีที่เสริมจมูกหรือคาง ห้ามประคบลงบนตัวซิลิโคนที่เสริมอย่างเด็ดขาดนะครับ ไม่เช่นนั้นซิลิโคนอาจจะเลื่อนออกจากตำแหน่งได้
(อย่ามัวแต่ห่วงเรื่องบวม แล้วสุดท้ายดันได้จมูกเบี้ยวคางเบี้ยวมาแทนนะ)

อ้าว....แล้วถ้าอยากประคบจริงๆละ จะทำยังไง?

โดยทั่วไปแล้ว ผมไม่แนะนำให้ประคบนะครับ เพราะกลัวไปโดนซิลิโคนอย่างที่บอกไป แต่ถ้าอยากประคบจริงๆก็พอทำได้ โดยให้ประคบรอบๆบริเวณที่หมอแปะเทปไว้ก็พอครับ ให้ความเย็นมันกระจายไปแถวๆนั้นก็พอจะช่วยได้ระดับนึงเลย

ส่วนตัวแล้ว ผมจะเน้นไปที่การนอนหัวสูงมากกว่าครับ
ดีที่สุดก็คือนั่งหลับ (ในอาร์มแชร์) เหมือนเวลานอนในเครื่องบินหรือรถทัวร์ไปเลย แต่ถ้าอยากนอนเตียง ก็ให้เอาหมอนพิงกับผนังหรือหัวเตียง (ยิ่งถ้าได้เข้ามุมจะดีมาก) เหมือนเวลานอนอ่านหนังสือก่อนนอน

แต่ถ้าเป็นการผ่าตัดอย่างอื่นเช่น ทำตาบนตาล่าง ผมแนะนำให้โปะมันเข้าไปเลยตรงๆครับ ลืมความเชื่อเรื่องกลัวแผลเปื้อนน้ำไปได้เลยครับ ถ้ากลัวมากก็เอาขี้ผึ้งทาแผลที่ให้ไปทาพอกแผลเอาไว้ก็ได้ (เวลาทาก็ไม่ต้องเรื่องมากครับ ล้างมือฟอกสบู่ เอายาป้ายนิ้ว แล้วก็ป้ายๆๆๆไปได้เลย)

ในทางตรงข้าม ในช่วงระยะเวลานี้ ไม่แนะนำให้ประคบร้อนเลยนะครับ เพราะมันจะทำให้เส้นเลือดขยายตัวและทำให้เกิดผลในทางตรงข้ามกับการประคบเย็นทุกประการ (ไม่อยากบอกว่า "ห้ามโดยเด็ดขาด" เพราะเคยได้ยินคุณหมอบางคนก็แนะนำให้ประคบอุ่นอยู่)

ไม่จบแฮะ นิ้วหงิกละ เอาแค่นี้ก่อนละกันครับผม Good Night

อาการบวมช้ำหลังการผ่าตัดและการดูแลรักษา (ตอนที่ 3 จบซะที)

2) หลังจากครบ 1 สัปดาห์ ให้เปลียนมาเป็นประคบอุ่นแทน เพื่อช่วยให้เส้นเลือดขยายตัวมารับการดูดซึมกลับของสารน้ำต่างๆที่ค้างอยู่ในเนื้อเยื่อที่บวม นอกจากนี้ความร้อนยังช่วยให้ลิ่มเลือดเก่าละลายเร็วขึ้น รวมทั้งทำให้พังผืดภายในที่แข็งเป็นไต อ่อนนุ่มเร็วขี้นด้วย
การประคบเย็นในช่วงนี้ทำให้เกิดผลลัพธ์ในทางตรงกันข้ามเช่นเดียวกัน

แต่ที่ต้องระมัดระวังนิดนึงก็คือ อย่าให้วัสดุที่นำมาประคบ ร้อนเกินไปจนลวกผิวหนังได้นะครับ!!!

ผมเคยเจอกับตัวมาแล้วในเคสที่ดูดไขมันแล้วประคบร้อนด้วยถุงน้ำร้อนที่ร้อนเกินไป เนื่องจากผิวหนังบริเวณที่ผ่าตัดมันมักจะมีอาการชาอยู่บ้างจากการที่เส้นประสาทฝอยบริเวณนั้นถูกทำลายจากการผ่าตัด ทำให้คนไข้ไม่รู้ว่ามันร้อนจัดเกินไป กว่าจะรู้ตัวอีกทีหนังก็พองเป็นถุงน้ำไปแล้ว ต้องมาทำแผลต่ออีกหลายวัน

ดังนั้น ผมจึงไม่แนะนำให้ใช้แผ่นเจลประคบมาทำเป็นถุงร้อน เพราะมันมักจะร้อนจนเกินไป ถ้าจะใช้ แนะนำให้เอามาประคบดูบริเวณท้องแขนดูก่อนว่าร้อนเกินไปหรือไม่ก่อนจะนำไปประคบบริเวณที่ผ่าตัด จริงๆแล้วใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นแล้วบิดให้หมาดๆเนี่ยแหละดีที่สุดแล้วครับ
และทีสำคัญ หลังจากเริ่มประคบร้อนแล้วสังเกตว่าอาการบวมกลับเป็นมากขึ้นอีก ให้หยุดประคบร้อนทันทีเลยนะครับ

3) แถมท้ายให้เรื่องยากินลดบวม (Danzen, Reparil) ยาพวกนี้จะมีประโยชน์แค่ในช่วงแรกๆเท่านั้นครับ ไม่จำเป็นต้องกินต่อเนื่องเป็นเวลานานจนหายบวมสนิทหรอกนะ ส่วนเรื่องน้ำใบบัวบกหรือน้ำมะพร้าวที่ชอบมีคนแนะนำนั้น เชิญจัดกันได้ตามสะดวกเลยครับ เพราะผมเองก็ชอบกินเหมือนกันเวลาช้ำ(ใจ)

สุดท้ายคือ ยาทาแผลเป็น ในกรณีที่มีแผลผ่าตัด แนะนำให้เริ่มทาหลังตัดไหมไปแล้วซัก 2-3 วันนะครับ ไม่ต้องรีบร้อน มันไม่ใช่ทาแล้วหายวันนี้พรุ่งนี้ซะเมื่อไหร่กัน

โดยหมอต้น นพ. ชนกร เตือนอารีย์ 

วันจันทร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2561

รีวิวผลงานทำจมูกกับหมอต้น ชนกรที่มาสเตอร์พีซ

รีวิวผลงานทำจมูกกับหมอต้น ชนกรที่มาสเตอร์พีซ



หวัดค่า ในที่สุดฝ้ายก็มีดั้งกับเค้าแล้ว เลยอยากมา รีวิวเสริมจมูก ให้ดูกันค่ะ อย่างแรกเลย คือคลินิกที่ทำฝ้ายทำจมูกที่มาสเตอร์พีซคลินิก คุณหมอที่เสริมจมูกให้ฝ้ายชื่อคุณหมอต้นค่ะ นพ.ชนกร เตือนอารีย์ คุณหมอใจดีมาก หลังจากที่ไปแอบดูผลงานมาสักพักคุณหมอก็ตั้งใจเลยว่าจะให้คุณหมอต้นเนี่ยแหละปั้นดั้งให้เรา 5555 ซิลิโคนที่เสริมของ ฝ้ายทำซิลิโคนอเมริกานะคะ


วันแรกหลังทำทันที

เล่าถึงตอนทำบ้าง คือตอนแรกพูดตามตรงว่าตื่นเต้นค่ะ แต่ตอนทำฝ้ายพูดเลยไม่เจ็บ เพราะก่อนทำคุณหมอจะฉีดยาให้หลับไปแปปนึงเพื่อฉีดยาชา พอฝ้ายรู้สึกตัวคือคุณหมอกำลังทำอยู่ แต่ไม่รู้สึกเจ็บอะไรเลยยยยยย ชิวมากกก นี่คือเรื่องจิง555  คุณหมอเก่งทำไม่นานก็เสร็จค่ะ หมอบอกว่าหลังทำจะมีอาการบวมช้ำได้บ้าง ต้องหมั่นประคบเย็นเยอะๆจะช่วยได้ กลับบ้านมาฝ้ายก็นั่งประคบทั้งวัน แต่โดยรวมบวมช้ำน้อยมากๆๆๆๆ จนเพื่อนๆตกใจ


หลังเสริมจมูก 3 วันนะคะ


 หลังทำจมูก 6 วัน ยังมีบวมอยู่ พอครบ 7 วันก็ลอกพลาสเตอร์ออกได้เลย


10 วันแล้วเริ่มยุบ บวมช้ำน้อยกว่าที่คิดเยอะมากนะคะ


12 วัน ทรงเริ่มชัด ชอบมากกกกก


อันนี้เกือบ 2 อาทิตย์ค่ะ ส่วนแผลไม่ต้องตัดไหมเพราะ คุณหมอใช้ไหมละลายค่ะ


 บอกเลยว่าประทับใจมากคะ เมื่อก่อนถ่ายรูปหันข้างแล้วไม่มั่นใจเลยค่ะ ตอนนี้ผ่านฉลุยมั่นสุดๆ ประทับใจตั้งแต่ทำวันแรก คุณหมอมือเบามากไม่ช้ำ เพื่อนๆทักว่าหายเร็วมาก และทรงสวยเป็นธรรมชาติมากเลยค่ะ เรื่องความสวยความงามนี่ต้องขอบคุณมาสเตอร์พีช คลินิกมากเลยค่ะ คลินิกสะอาดมากๆ ดีอะ



หากสนใจเพิ่มเติมหรือถามคำถามอะไรเพิ่ม Facebook :http://bit.ly/noserhinoplastymasterpiece นะคะ

เสริมจมูก แบบ Reconstruction ให้สวยได้รูปโดยการใช้กระดูกอ่อนจากหู

เสริมจมูก แบบ Reconstruction ให้สวยได้รูปโดยการใช้กระดูกอ่อนจากหู




หยกเคยทำจมูกเมื่อ 2 ปีก่อนค่ะ แต่ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ปลายจมูกก็บางใกล้จะทะลุ เครียดมากเลยค่ะอยากจะแก้จมูกใหม่ ก่อนตัดสินใจหยกก็พยายามหาข้อมูลก่อนเลยนะคะว่าจะทำที่ไหนดีเพราะกลัวทำแล้วออกมาไม่โอเคเหมือนครั้งก่อน พอดีมีเพื่อนแนะนำให้ลองไปปรึกษาคุณหมอที่มาสเตอร์พีซคลินิคดู พอมั่นใจแล้วหยกก็รีบเข้าไปปรึกษาคุณหมอที่มาสเตอร์พีซคลินิคค่ะ อดใจรอไม่ไหวจริงๆบอกตามตรงว่าอยากสวยเร็วๆค่ะ ตอนแรกๆ ก็กลัวนะคะพอเจอคุณหมอ คุณหมอเสใจดีและเป็นกันเองมากเลยค่ะ ให้คำแนะนำในกา รแก้จมูก จนหยกรู้สึกมั่นใจขึ้นและไม่กลัวในการทำจมูกครั้งที่ 2 หยกตกลง แก้จมูก จากคำแนะนำคุณหมอ ด้วยการทำแบบ

Reconstruction คือ จะใช้กระดูกอ่อนหู มาเสริมตรงปลายจมูกและใช้ Gore-Tex เสริมตรงสันจมูก คุณหมอบอกว่าวิธีการนี้ปลอดภัยและไม่ต้องเสี่ยงที่จมูกจะทะลุในอนาคต พอตกลงจะทำก็นัดคิวไว้เลยส่วนคุณหมอที่จะทำให้เป็นคุณหมอเบ้นค่ะ 24 เมษายน ที่ผ่านมาคุณหมอนัดหยกแก้จมูก ทั้งกลัวและตื่นเต้นบอกไม่ถูกลุ้นอยู่ในใจเพราะเชื่อมั่นในฝีมือคุณหมอ คุณหมอเบ้นเป็นคนทำให้ค่ะ ก่อนทำก็บอกคุณหมอเบ้นว่าอยากให้ทรงของรูจมูกออกมาเหมือนเดิมและพอทำเสร็จแล้วอยากให้หน้าดูหวานด้วยทำเอาคุณหมอเครียดไปเลยค่ะฮ่าๆ ตอนทำจมูกคุณหมอมือเบามากพอทำเสร็จแล้วหน้าไม่ช้ำไม่เขียวจะมีก็บวมนิดเดียวเท่านั้นเองค่ะ แต่หยกไม่ได้ประคบเย็นนะคะดีใจจนลืมแฮะๆ จริงๆ ก็ควรประคบค่ะนี่ก็โดนคุณหมอดุมาเหมือนกัน ส่วนแผลจะอยู่ข้างล่างระหว่างรูจมูกคุณหมอบอกว่าพอแผลสมานกันดีก็จะไม่เห็นรอยสวยอย่างแนบเนียนเลยล่ะค่ะ ส่วนกระดูกอ่อนจากหูที่เอาออกมาทำคือหูข้างขวา ยืนยันเลยค่ะว่าไม่มีอาการเจ็บหรือปวดเลยตั้งแต่ทำเสร็จจนถึงวันนี้













ตอนนี้ จมูกสวย ได้รูปทรงเหมือนที่ตั้งใจไว้แล้วค่ะ มองมุมไหนๆ ก็สวย (ไม่ค่อยจะเห่อเท่าไหร่ (^O^”) เวลาไปไหนมาไหนใครๆก็ทักว่าสวยขึ้น หยกคิดว่าบางครั้งการทำตัวเองให้ดูดีไม่ใช่แค่เรื่องความงามหรือแค่สร้างความมั่นใจเท่านั้นนะคะ หยกว่ามันรวมไปถึงโหงวเฮ้ง เหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นกับเราอีกด้วยค่ะ หลังจากทำจมูกอะไรดีๆก็ตามมาค่ะ คือจริงๆแล้วก่อนหน้านี้หยกก็ทำตา 2 ชั้นที่นี่นะคะ พอมาทำจมูกที่นี่อีกก็ยิ่งมั่นใจว่าต่อไปนี้ Masterpiece hospital นี่แหละที่จะดูแลหยกไปตลอด ขอบคุณมาสเตอร์พีซมากๆเลยค่ะ







หากสนใจเพิ่มเติมหรือถามคำถามอะไรเพิ่ม Facebook :http://bit.ly/noserhinoplastymasterpiece นะคะ

แก้จมูกฟิลเลอร์ ทำพิษ จนต้องหาจมูกใหม่

แก้จมูกฟิลเลอร์ ทำพิษ จนต้องหาจมูกใหม่


สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้อยากมาแบ่งปันประสบการณ์สวย และประสบการณ์สยองให้ฟังกันค่ะ  เรื่องของเรื่องคือทีนเคยไปฉีดฟิลเลอร์มาค่ะ ด้วยตอนช่วงนั้นกระแสมาเยอะมากกก ฮิตมากกก ว่าฟิลเลอร์ฉีดง่ายไม่เจ็บเพราะไม่ต้องผ่าตัด ไม่เป็นการศัลยกรรม นู่นนี่ เยอะแยะไปหมด ก็โดนความมืดบังตาค่ะ เดินเข้าไปฉีดฟิลเลอร์จมูกเฉยเลย ตอนแรกๆ ก็ดีนะคะแค่ฉีดแล้วก็ปั้นสวยเป๊ะเว่อร์ ถ่ายรูปมุมไหนก็สวย จมูกชั้นโด่ง จมูกชั้นสวย




หลัง แก้จมูก เสร็จใหม่ๆ ค่ะ
พอผ่านมาได้ซักพักรู้เรื่องเลยค่า มันเริ่มไหลค่ะ จากตรงสันจมูกมันเริ่มไหลไปใกล้ตาและช่วงปลายจมูก แล้วก็เริ่มปวดตานิดหน่อย ทีนรู้เลยค่ะว่าตอนนั้น จมูกไม่ปกติแน่ ร้อนใจมากกกวิ่งหาคลินิกอยู่หลายที่ ไปปรึกษาหลายรอบมากกก เพราะของทีนต้องขูดฟิลเลอร์ออกฉีดสลายไม่ได้ จนมาจบที่หมอเบ๊น มาสเตอรร์พีซ คลินิกค่ะ เพราะด้วยคำพูด คำพูดเดียวค่ะ หมอเบ๊นบอกว่า ผมตอบไม่ได้หรอกครับว่าจะเอาออกให้น้องได้กี่เปอร์เซ็นต์ แต่ผมจะเอาออกให้หมดจนกว่าจะพอใจ !!!!!! ” โหหหหหห !!! รออะไรล่ะ จองคิวสิคะ




หลังทำ 1 เดือนค่ะ
ก็สรุปว่าทีนทำแบบซิลิโคน + จมูกหลังหูค่ะ หมอเบ๊นบอกว่าป้องกันการจมูกทะลุในอนาคตได้ ซึ่งตอนทำหมอเบ็นก็ฉีดยาคลายความกังวลให้ค่ะ ตอนทำเลยรู้สึกสบาย ลอยๆ แฮปปี้เลยค่ะ ไม่เครียดเลย 5555 แต่ก็รู้หมดนะคะว่าหมอทำอะไรอยู่ หลังทำเสร็จบอกเลยว่าดีจริง สมคำล่ำลือ สมราคา เพราะจากที่ฟิลเลอร์ไหลแล้วจมูกดูบวมๆ ใหญ่ๆ งุ้มๆ ตอนนี้ดูเป็นธรรมชาติมากค่ะ รักเลยจมูกใหม่ แล้วอยากบอกว่าการฉีดฟิลเลอร์อันตรายมากค่ะ ถ้าไม่ศึกษาให้ดีก่อนแบบทีน ต้องถือว่าทีนโชคดีมากที่ตาไม่บอด แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะโชคดีเหมือนทีนนะคะ ยังไงก็อยากฝากให้เป็นประสบการณ์กับทุกคนค่ะ